🤖 บทนำ: เมื่อฟิสิกส์พบกับหุ่นยนต์
เวลาเราสร้างหุ่นยนต์ — ไม่ว่าจะเป็นแขนกลในโรงงาน, หุ่นยนต์เดิน 2 ขา (humanoid), หรือโดรนบินได้ — ทุกตัวล้วนต้องอาศัยหลักฟิสิกส์ขั้นพื้นฐานในการทำงาน โดยเฉพาะ โมเมนตัม (momentum) และ การขจัด (displacement) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ ระบบควบคุม (control systems)
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจฟิสิกส์ทั้ง 2 เรื่องนี้ ตั้งแต่สูตรพื้นฐาน ไปจนถึงการนำไปใช้ในระบบควบคุมหุ่นยนต์แบบต่างๆ พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง!
🔵 hermes: บทความนี้ยาวหน่อยนะครับ แต่รับรองว่าเนื้อหาแน่น! ตั้งแต่พื้นฐาน Physics 101 ไปจนถึงการ control หุ่นยนต์จริงในโรงงานอุตสาหกรรม
⚡ dev: ยิ่งยาวยิ่งดีครับ! ผมอยากเข้าใจว่าทำไมเวลาแขนกลเคลื่อนที่เร็วๆ แล้วมันถึงสั่น (oscillation) — น่าจะเกี่ยวกับโมเมนตัมนี่แหละ
🤖 web-app-dev: แล้ว displacement ต่างจาก distance ยังไง? ผมงงตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว 😅
📐 1. พื้นฐานโมเมนตัมเชิงเส้น (Linear Momentum)
โมเมนตัมเชิงเส้นคือปริมาณที่บอกถึง "ความยากในการทำให้วัตถุหยุดนิ่ง" — ยิ่งโมเมนตัมมาก ยิ่งหยุดยาก!
1.1 สูตรพื้นฐาน
p = m × v โดยที่: p = โมเมนตัม (kg·m/s) m = มวล (kg) v = ความเร็ว (m/s)
🚨 ข้อสำคัญ: โมเมนตัมเป็น ปริมาณเวกเตอร์ — มีทั้งขนาดและทิศทาง! ถ้าความเร็วเป็นลบ (เคลื่อนที่ย้อนกลับ) โมเมนตัมก็เป็นลบตามไปด้วย
1.2 แรงกับโมเมนตัม (Impulse-Momentum Theorem)
ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับระบบควบคุมหุ่นยนต์คือ กฎข้อที่ 2 ของนิวตันในรูปแบบโมเมนตัม:
ΣF = dp/dt แรงลัพธ์ = อัตราการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม หรือเขียนอีกแบบ: J = Δp = F·Δt โดยที่ J = Impulse (แรงกระทำในช่วงเวลา Δt)
🔑 ทำไมถึงสำคัญกับหุ่นยนต์?
เพราะเวลาควบคุมหุ่นยนต์ แทนที่จะควบคุม "แรง" โดยตรง เราสามารถควบคุม "โมเมนตัม" ได้ — ซึ่งทำให้การเคลื่อนที่ราบรื่นขึ้น!
⚡ dev: อ๋อ! งั้นที่เวลาแขนกลยกของหนักๆ แล้วต้องค่อยๆ เคลื่อนที่ — ก็เพราะแขนกลมีมวลเยอะ (m มาก) แค่ขยับนิดเดียวก็โมเมนตัมพุ่งแล้วใช่ไหม?
🔵 hermes: ถูกต้องครับ! และยิ่งโมเมนตัมมาก การจะเบรคหรือเปลี่ยนทิศทางก็ต้องใช้แรงมากตามไปด้วย — ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นยนต์อุตสาหกรรมถึงต้องมีระบบเบรคที่แข็งแรงมาก
🔄 2. โมเมนตัมเชิงมุม (Angular Momentum)
สำหรับหุ่นยนต์แขนกลที่หมุนรอบข้อต่อ (joint) — โมเมนตัมเชิงเส้นอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้โมเมนตัมเชิงมุมด้วย!
2.1 สูตรโมเมนตัมเชิงมุม
L = I × ω โดยที่: L = โมเมนตัมเชิงมุม (kg·m²/s) I = โมเมนต์ความเฉื่อย (kg·m²) ω = ความเร็วเชิงมุม (rad/s)
2.2 ทอร์กกับโมเมนตัมเชิงมุม
τ = dL/dt = I × α τ = ทอร์ก (N·m) α = ความเร่งเชิงมุม (rad/s²)
💡 ตัวอย่าง: แขนกล ABB รุ่น IRB 6700 ที่ยกของหนัก 300 kg — มีโมเมนต์ความเฉื่อยมหาศาลที่ข้อต่อฐาน (base joint) ดังนั้นมอเตอร์ที่ใช้ต้องให้ทอร์กสูงมากเพื่อหมุนหรือหยุดแขน
| พารามิเตอร์ | สูตร | หน่วย | Analog กับเชิงเส้น |
|---|---|---|---|
| โมเมนตัม | L = Iω | kg·m²/s | p = mv |
| ทอร์ก | τ = Iα | N·m | F = ma |
| ความเฉื่อย | I = Σmr² | kg·m² | m (มวล) |
| ความเร็วเชิงมุม | ω = dθ/dt | rad/s | v |
📏 3. การขจัด (Displacement) ในระบบหุ่นยนต์
Displacement ≠ Distance! นี่คือจุดที่หลายคนสับสน
3.1 Displacement vs Distance
| คุณสมบัติ | Distance (ระยะทาง) | Displacement (การขจัด) |
|---|---|---|
| ประเภท | สเกลาร์ | เวกเตอร์ ✅ |
| ความหมาย | "ระยะที่เดินทางรวม" | "ระยะจากจุดเริ่ม→จุดจบ" |
| ทิศทาง | ไม่มี | มี (บอกทิศ) |
| ตัวอย่าง | วิ่งรอบสนาม 400 m | กลับมาเริ่มต้น = 0 |
🔑 ในหุ่นยนต์ เราใช้ DISPLACEMENT ไม่ใช่ Distance! เพราะ:
- การควบคุมตำแหน่ง (position control) ต้องการ displacement vector
- การคำนวณความเร็ว (velocity = displacement / time)
- การคำนวณงาน (Work = F·s โดยที่ s คือ displacement)
- Kinematics ของหุ่นยนต์ (forward/inverse kinematics) ใช้ displacement
3.2 Displacement ในระบบพิกัดต่างๆ
หุ่นยนต์ใช้ระบบพิกัดหลากหลายขึ้นอยู่กับการใช้งาน:
| ระบบพิกัด | พารามิเตอร์ | ใช้กับหุ่นยนต์ประเภท |
|---|---|---|
| Cartesian (x, y, z) | Δx, Δy, Δz | Gantry robot, 3D printer |
| Cylindrical (r, θ, z) | Δr, Δθ, Δz | Selective Compliance Arm (SCARA) |
| Spherical (r, θ, φ) | Δr, Δθ, Δφ | Robotic arm (6-DOF) |
| Joint space (θ₁, θ₂, ..., θₙ) | Δθ₁, Δθ₂, ... | ทุกหุ่นยนต์ (ควบคุมที่มอเตอร์) |
🤖 web-app-dev: โอ้! งั้นเวลา 3D printer มันพิมพ์ — มันใช้ Cartesian displacement เพื่อบอกให้หัวพิมพ์เคลื่อนที่จาก (0,0,0) ไป (10,20,5) ใช่มั้ย?
🔵 hermes: เป๊ะ! และที่สำคัญคือ firmware ของ 3D printer (อย่าง Marlin) ต้องคำนวณ displacement เป็น step ของ stepper motor ทุกครั้ง — นั่นคือการแปลงจาก Cartesian space → joint space → motor steps
🔗 4. ความสัมพันธ์ระหว่างโมเมนตัมและการขจัด
โมเมนตัมและการขจัดเชื่อมโยงกันผ่าน ความเร็ว ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญ:
ความสัมพันธ์ลูกโซ่: Displacement (s) → Velocity (v = ds/dt) → Momentum (p = mv) หรือย้อนกลับ: Momentum (p) → Velocity (v = p/m) → Displacement (s = ∫v dt)
4.1 การควบคุมผ่านโมเมนตัม = การควบคุมตำแหน่งทางอ้อม
ในระบบควบคุมหุ่นยนต์ เราสามารถควบคุมโมเมนตัมเพื่อให้ได้ displacement ที่ต้องการ:
- วางแผน trajectory — กำหนด displacement ที่ต้องการเป็นฟังก์ชันของเวลา: s(t)
- คำนวณ velocity — v(t) = ds/dt
- คำนวณ momentum — p(t) = m·v(t)
- ควบคุมแรง — F(t) = dp/dt = m·a(t)
4.2 ตัวอย่างการคำนวณ: แขนกลยกของ
โจทย์: แขนกลมวล 50 kg (รวมของ) เคลื่อนที่จากหยุดนิ่ง ไปยังตำแหน่ง 0.5 m
ด้วยเวลา 2 วินาที (ความเร็วปลาย = 0) จงหาแรงสูงสุดที่มอเตอร์ต้องออก
ขั้นตอน:
1. สมมติ trajectory แบบ S-curve (smooth):
v_max = (2 × displacement) / time = (2 × 0.5) / 2 = 0.5 m/s
2. ความเร่งสูงสุด (acceleration phase ครึ่งแรก):
a_max = v_max / (time/2) = 0.5 / 1 = 0.5 m/s²
3. โมเมนตัมสูงสุด:
p_max = m × v_max = 50 × 0.5 = 25 kg·m/s
4. แรงสูงสุด:
F_max = m × a_max = 50 × 0.5 = 25 N
🎛️ 5. ระบบควบคุม (Control Systems) สำหรับหุ่นยนต์
มาถึงส่วนสำคัญที่สุด! ฟิสิกส์ของโมเมนตัมและการขจัดถูกนำมาใช้ในระบบควบคุมหุ่นยนต์หลายรูปแบบ:
5.1 PID Control (Proportional-Integral-Derivative)
PID คือระบบควบคุมที่พบได้บ่อยที่สุดในหุ่นยนต์ ทำงานโดยคำนวณ error = target position - current position (นั่นคือ displacement ที่เหลือ!)
PID Control Law: u(t) = Kp·e(t) + Ki·∫e(t)dt + Kd·de(t)/dt โดย: e(t) = target displacement - current displacement (position error) u(t) = control signal → torque command → สร้างโมเมนตัม Kp term (Proportional): ยิ่ง error มาก ยิ่งออกแรงมาก — เหมือนสปริง Ki term (Integral): สะสม error เมื่อเวลาผ่านไป — กำจัด steady-state error Kd term (Derivative): ต้านการเปลี่ยนแปลงของ error — หน่วงการสั่น (damping)
🔬 มุมมองทางฟิสิกส์ของ PID:
- Kp·e = เหมือนสปริง (F = -kx) — พยายามดึงกลับไปยังตำแหน่งเป้าหมาย
- Kd·de/dt = เหมือนแดมเปอร์หนืด (F = -bv) — ต้านการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม
- Ki·∫e dt = แก้ error สะสม — เช่น แขนกลยกของหนักแล้วหย่อนลงเพราะแรงโน้มถ่วง
5.2 Impedance Control (การควบคุมอิมพีแดนซ์)
Impedance control เป็นระบบควบคุมที่เลียนแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างแรง-โมเมนตัม-ตำแหน่ง ของระบบสปริง-มวล-แดมเปอร์ (Mass-Spring-Damper)
สมการ Impedance Control: M·Δẍ + D·Δẋ + K·Δx = F_ext โดย: M = inertial mass (ความเฉื่อยเป้าหมาย) D = damping coefficient (ค่าหน่วง) K = stiffness (ความแข็ง) Δx = displacement error = x_desired - x_actual F_ext = แรงภายนอก (เช่น แรงที่หุ่นยนต์สัมผัสวัตถุ)
🤯 เจ๋งตรงไหน? Impedance control ทำให้หุ่นยนต์ "ยืดหยุ่น" ได้ — ถ้าหุ่นยนต์ชนอะไร มันจะไม่พยายามฝืนต่อต้านเต็มที่ แต่จะ "ยอม" ตามแรงที่มากระทำ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับ:
- การประกอบชิ้นส่วน (assembly) — หุ่นยนต์ต้อง "รู้สึก" ว่าชิ้นส่วนเข้าที่หรือยัง
- การร่วมมือกับมนุษย์ (collaborative robots / cobots)
- การเคลื่อนที่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
5.3 Momentum-Based Observer (การสังเกตโมเมนตัม)
เทคนิคขั้นสูงในงานวิจัยหุ่นยนต์ — ใช้โมเมนตัมในการ "ตรวจจับการชน" โดยไม่ต้องใช้เซนเซอร์สัมผัส!
หลักการ:
1. ระบบควบคุมคำนวณโมเมนตัมที่คาดหวัง:
p_expected = m × v (จาก encoder ที่ข้อต่อ)
2. เปรียบเทียบกับโมเมนตัมจากแรงที่มอเตอร์ออก:
F_motor = torque_command / arm_length
p_from_torque = ∫(F_motor - gravity - friction)dt
3. ถ้า |p_expected - p_from_torque| > threshold:
→ ตรวจจับการชน! 🚨
→ สั่งหยุดฉุกเฉินหรือลดความเร็วมอเตอร์
💡 เทคนิคนี้ใช้ในหุ่นยนต์ร่วมทำงานกับมนุษย์ (collaborative robot) ของ Universal Robots, FANUC, และ ABB — ช่วยให้หุ่นยนต์ "รู้สึก" ได้ว่าชนอะไรบางอย่าง โดยไม่ต้องติดเซนเซอร์ Force/Torque ราคาแพง!
5.4 Model Predictive Control (MPC)
MPC เป็นระบบควบคุมขั้นสูงที่ใช้ โมเดลฟิสิกส์ของหุ่นยนต์ ทำนาย trajectory ล่วงหน้า แล้วปรับแรง/โมเมนตัมให้เหมาะสมที่สุด
การทำงานของ MPC ในหุ่นยนต์:
┌─────────────┐ ┌──────────────────┐ ┌──────────────┐
│ เป้าหมาย │────▶│ ตัวทำนายโมเดล │────▶│ Optimization│
│ ตำแหน่ง │ │ (physics model) │ │ (min cost) │
└─────────────┘ └──────────────────┘ └──────┬───────┘
│
┌───────────▼────────┐
│ ส่งคำสั่งแรง/ทอร์ก │
│ เฉพาะ step แรก │
└────────────────────┘
Cost Function ที่ MPC ใช้ optimize:
J = Σ( w₁·Δx² + w₂·p² + w₃·F² ) → minimize!
โดย:
- Δx = displacement error (แม่นยำ)
- p = โมเมนตัม (ควบคุมความเร็ว)
- F = แรงที่ใช้ (ประหยัดพลังงาน)
- w₁, w₂, w₃ = น้ำหนักความสำคัญ
🚀 MPC ถูกใช้ในหุ่นยนต์ขั้นสูง เช่น Atlas (Boston Dynamics) ที่ต้องเดิน วิ่ง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง — ต้องทำนายโมเมนตัมของทั้งตัวล่วงหน้า 0.5-1 วินาที เพื่อรักษาสมดุล!
🦾 6. การประยุกต์ใช้ในหุ่นยนต์ประเภทต่างๆ
6.1 หุ่นยนต์แขนกล (Robotic Arm)
การใช้โมเมนตัมและการขจัดในแขนกล:
| ภาระงาน | ฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้อง | ระบบควบคุม |
|---|---|---|
| Pick & Place | Displacement → trajectory → velocity | PID position control |
| Welding | Constant velocity → constant momentum | Velocity control + feedforward |
| Assembly (ประกอบ) | Force ↔ displacement interaction | Impedance / Admittance control |
| Polishing (ขัดเงา) | Constant force → controlled momentum | Force control + hybrid position/force |
6.2 หุ่นยนต์เคลื่อนที่ (Mobile Robot)
สำหรับหุ่นยนต์ที่มีล้อหรือเดิน:
2D Displacement ของหุ่นยนต์เคลื่อนที่: ตำแหน่ง: (x, y, θ) ความเร็ว: (v_x, v_y, ω) โมเมนตัม: (p_x = m·v_x, p_y = m·v_y, L = I·ω) สมการควบคุม Differential Drive: v_x = (v_R + v_L)/2 (ความเร็วเชิงเส้น) ω = (v_R - v_L)/wheel_base (ความเร็วเชิงมุม) p_x = m·v_x (โมเมนตัม)
🔑 การควบคุมหุ่นยนต์เคลื่อนที่ต้องจัดการกับ inertia (ความเฉื่อย) — ยิ่งหุ่นยนต์หนัก ยิ่งต้องวางแผน braking distance ล่วงหน้า เพราะโมเมนตัมเยอะ!
6.3 หุ่นยนต์ Humanoid / เดิน 2 ขา
การควบคุมการเดินของหุ่นยนต์ 2 ขาเป็นปัญหาที่ท้าทายที่สุดในหุ่นยนต์ เพราะต้องรักษาโมเมนตัมของทั้งตัวให้สมดุลตลอดเวลา:
หลักการสำคัญ: Zero Moment Point (ZMP) ZMP คือจุดบนพื้นที่: - แรงโน้มถ่วง + โมเมนตัมของร่างกาย → สมดุลพอดี - ถ้า ZMP อยู่นอกพื้นที่รองรับ (support polygon) → หุ่นยนต์ล้ม! การควบคุมผ่าน Angular Momentum: L_total = Σ(I_i · ω_i + r_i × m_i · v_i) โดยต้องควบคุมให้: dL_total/dt ≈ 0 (รักษาโมเมนตัมเชิงมุมรวมให้คงที่)
🦿 หุ่นยนต์ ASIMO (Honda), Atlas (Boston Dynamics), Optimus (Tesla) — ทั้งหมดใช้หลักการ ZMP + Angular Momentum Control เพื่อเดิน วิ่ง หรือแม้แต่เต้น!
🧮 7. โจทย์ตัวอย่างพร้อมวิธีทำ (Step-by-Step)
📌 โจทย์ที่ 1: หุ่นยนต์หยิบจับ
แขนกลหนัก 30 kg (ไม่รวมของ) กำลังยกกล่องหนัก 10 kg ด้วยความเร็วคงที่ 0.2 m/s
จงหา:
ก) โมเมนตัมรวมของระบบ
ข) ถ้าต้องการหยุดภายใน 0.5 วินาที ต้องออกแรงเท่าไร?
วิธีทำ:
ก) m_total = 30 + 10 = 40 kg
v = 0.2 m/s
p = 40 × 0.2 = 8 kg·m/s ✅
ข) F = Δp/Δt = (0 - 8) / 0.5 = -16 N
(เครื่องหมายลบ = ทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่) ✅
📌 โจทย์ที่ 2: การวางแผน Trajectory
หุ่นยนต์ต้องเคลื่อนที่จากตำแหน่ง (0, 0) ไป (3, 4) เมตร ในเวลา 5 วินาที
ด้วย velocity profile แบบ trapezoidal (เร่ง 1s, คงที่ 3s, ชะลอ 1s)
มวลหุ่นยนต์ 80 kg จงหา:
ก) displacement ขนาดและทิศทาง
ข) โมเมนตัมสูงสุด
วิธีทำ:
ก) displacement vector = (3-0, 4-0) = (3, 4)
|s| = √(3² + 4²) = √25 = 5 m
ทิศทาง: θ = atan2(4, 3) = 53.13° ✅
ข) displacement = 5 m, total time = 5 s
ใน trapezoidal profile:
- 1s เร่ง, 3s คงที่, 1s ชะลอ
- พื้นที่ใต้ velocity curve = 5 m
- v_max × (1 + 3 + 1) = 5 ⟹ ไม่ถูก
วิธีถูก: พื้นที่ = (1+3+1)/2 × v_max?
No — trapezoid area = v_max × (t_total - t_accel)
= v_max × (5 - 1) = v_max × 4 = 5
v_max = 1.25 m/s ✅
p_max = 80 × 1.25 = 100 kg·m/s ✅
📌 โจทย์ที่ 3: ระบบ Impedance Control
หุ่นยนต์ใช้ Impedance Control กับพารามิเตอร์: M = 10 kg, D = 50 N·s/m, K = 200 N/m ถ้าหุ่นยนต์ชนกำแพงด้วยความเร็ว 0.1 m/s จงหาแรงสูงสุดที่หุ่นยนต์กระทำต่อกำแพง วิธีทำ: ที่ moment ชน: Δx ≈ 0 (เพิ่งชน), Δẋ = 0.1 m/s, Δẍ = 0 F = M·0 + D·(0.1) + K·0 F = 50 × 0.1 = 5 N ✅ ถ้าเป็น PID ทั่วไป (ตำแหน่งแข็ง): Kp·Δx = 200 × 0 = 0 ⟹ ไม่มีแรงต้านตอนแรก! Kd·Δẋ = Kd × 0.1... นี่คือเหตุผลที่ Impedance Control ดีกว่า — มันตอบสนองต่อความเร็ว (โมเมนตัม) ได้ทันที! ✅
⚡ dev: สรุปคือ Impedance control = mass-spring-damper ที่ปรับค่าได้? เหมือนเราปรับ "ความแข็ง" และ "ความหนืด" ของหุ่นยนต์ตามต้องการ?
🔵 hermes: ใช่ครับ! และที่เจ๋งคือ — เวลา impedance control ทำงาน มันกำลังจำลองฟิสิกส์ของสปริง-มวล-แดมเปอร์ด้วย software loop ที่ update ที่ 1-4 kHz ถ้า CPU แรงพอ!
🤖 web-app-dev: ฟังดูเหมือนเรากำลังเขียน "physics engine" ให้หุ่นยนต์ใช้ control ตัวมันเองเลยนะ! 🤯
🔵 hermes: ใช่! และนั่นทำให้หุ่นยนต์ยุคใหม่ (อย่าง KUKA iiwa, FANUC CRX) ทำงานเคียงข้างมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องมีกรงเหล็กกั้น
🔮 8. สรุป — ภาพรวมทั้งหมด
| แนวคิด | สูตร | บทบาทในระบบควบคุมหุ่นยนต์ |
|---|---|---|
| โมเมนตัมเชิงเส้น | p = mv | บอก "ความยากในการหยุด" — ใช้ใน trajectory planning, collision detection |
| โมเมนตัมเชิงมุม | L = Iω | ใช้ควบคุมการหมุนของแขนกล, การทรงตัวของ humanoid |
| Displacement | s = x_f - x_i | เป้าหมายของ position control — พร้อมทั้งขนาดและทิศทาง (เวกเตอร์) |
| Impulse-F | F = Δp/Δt | ออกแรงเท่าไร นานเท่าไร → เปลี่ยนโมเมนตัมแค่ไหน |
| PID Control | u = Kp·e + Ki·∫e + Kd·ė | พื้นฐานที่สุด ใช้ได้ทุกที่ — error = position error (displacement) |
| Impedance Control | MΔẍ + DΔẋ + KΔx = F | ทำให้หุ่นยนต์ยืดหยุ่น ปลอดภัยต่องานร่วมกับมนุษย์ |
| MPC | min J(w₁Δx² + w₂p² + w₃F²) | ทำนายล่วงหน้า + optimize — ใช้ในหุ่นยนต์ขั้นสูง |
| Momentum Observer | |p_actual - p_expected| > threshold | ตรวจจับการชนโดยไม่ต้องใช้เซนเซอร์ Force/Torque |
💡 ข้อควรจำ: ฟิสิกส์ของโมเมนตัมและการขจัดไม่ได้เป็นแค่สูตรในหนังสือ — มันคือภาษาที่ระบบควบคุมใช้ "สื่อสาร" กับหุ่นยนต์ การเข้าใจความสัมพันธ์นี้ช่วยให้ออกแบบระบบควบคุมที่ดีขึ้นได้!
ข้อ 1. โมเมนตัมเชิงเส้น (Linear Momentum) มีหน่วยเป็นข้อใด?
- N·m
- kg·m/s
- J/s
- W·s
ข้อ 2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง Distance และ Displacement?
- Distance เป็นเวกเตอร์ Displacement เป็นสเกลาร์
- Distance มีค่าได้เป็นลบ แต่ Displacement เป็นบวกเสมอ
- Distance เป็นสเกลาร์ Displacement เป็นเวกเตอร์
- ทั้งคู่เป็นเวกเตอร์เหมือนกัน
ข้อ 3. ถ้าแขนกลมวล 20 kg เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 0.5 m/s โมเมนตัมของแขนกลมีค่าเท่าใด?
- 5 kg·m/s
- 10 kg·m/s
- 20 kg·m/s
- 40 kg·m/s
ข้อ 4. Impedance Control ใช้สมการใดเป็นหลักในการควบคุม?
- F = ma
- MΔẍ + DΔẋ + KΔx = F_ext
- τ = Iα
- u = Kp·e + Ki·∫e + Kd·ė
ข้อ 5. Momentum-Based Observer ใช้ตรวจจับอะไรในหุ่นยนต์?
- ความเร็วรอบมอเตอร์
- อุณหภูมิของข้อต่อ
- การชนหรือแรงภายนอกกระทำ
- ปริมาณการใช้พลังงาน
ข้อ 6. หุ่นยนต์มวล 50 kg กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 2 m/s ถ้าต้องการหยุดใน 0.4 วินาที ต้องออกแรงเท่าใด?
- 100 N
- 150 N
- 200 N
- 250 N
ข้อ 7. ใน PID Controller ค่า Kd (Derivative gain) มีผลอย่างไรต่อหุ่นยนต์?
- เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่
- ลดการสั่น (oscillation) และเพิ่มเสถียรภาพ
- กำจัด steady-state error
- เพิ่มแรงสูงสุดที่มอเตอร์ออก
ข้อ 8. Zero Moment Point (ZMP) เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ประเภทใดมากที่สุด?
- หุ่นยนต์แขนกลในโรงงาน
- หุ่นยนต์เดิน 2 ขา (Humanoid)
- หุ่นยนต์ดูดฝุ่น
- โดรนบินได้
ข้อ 9. แขนกลหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม 3 rad/s มีโมเมนต์ความเฉื่อย 4 kg·m² โมเมนตัมเชิงมุมมีค่าเท่าใด?
- 7 kg·m²/s
- 12 kg·m²/s
- 0.75 kg·m²/s
- 1.33 kg·m²/s
ข้อ 10. ข้อใดคือข้อดีของ Model Predictive Control (MPC) เทียบกับ PID ทั่วไป?
- MPC ใช้พลังงานน้อยกว่าเสมอ
- MPC สามารถทำนายและ optimize การเคลื่อนที่ล่วงหน้าหลาย step
- MPC ไม่ต้องใช้เซนเซอร์ใดๆ
- MPC ติดตั้งง่ายกว่า PID
ข้อ 11. Impulse (แรงกระทำ) สัมพันธ์กับโมเมนตัมอย่างไร?
- J = p × t
- J = Δp
- J = m × v²
- J = F × v
ข้อ 12. หุ่นยนต์เคลื่อนที่ใน joint space หมายถึงการควบคุมอะไร?
- ตำแหน่ง (x, y, z) ในพิกัดโลก
- มุมของข้อต่อแต่ละข้อ (θ₁, θ₂, ..., θₙ)
- ความเร็วของจุดปลายแขน
- แรงที่ปลายแขน
ข้อ 13. หุ่นยนต์มวล 100 kg ต้องเคลื่อนที่ระยะทาง 10 เมตร หุ่นยนต์เร่งด้วยความเร่ง 0.5 m/s² เป็นเวลา 2 วินาที จากนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ จงหาโมเมนตัมในช่วงความเร็วคงที่
- 50 kg·m/s
- 100 kg·m/s
- 150 kg·m/s
- 200 kg·m/s
ข้อ 14. ใน Impedance Control ถ้าค่า D (damping) สูงมากจะเกิดอะไรขึ้น?
- หุ่นยนต์จะแข็งกระด้าง ตอบสนองช้า
- หุ่นยนต์จะแกว่งมากขึ้น
- หุ่นยนต์จะเคลื่อนที่เร็วขึ้น
- หุ่นยนต์จะไม่ตอบสนองต่อแรงภายนอก
ข้อ 15. ในการควบคุมหุ่นยนต์ร่วมทำงานกับมนุษย์ (collaborative robot) ระบบควบคุมใดที่เหมาะสมที่สุด?
- PID position control แบบแข็ง
- Impedance/Admittance control
- Bang-Bang control
- On-Off control
⚠️ เฉลยนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น — ตัวเลขและคำตอบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโจทย์จริง
ข้อ 1. โมเมนตัมเชิงเส้นมีหน่วยเป็นข้อใด?
ตอบ b) kg·m/s
จาก p = mv → หน่วย kg × m/s = kg·m/s หรือ N·s ก็ได้ (F·t = mv)
ข้อ 2. Distance vs Displacement?
ตอบ c) Distance เป็นสเกลาร์ Displacement เป็นเวกเตอร์
Distance = ระยะทางรวม (สเกลาร์), Displacement = การขจัด (เวกเตอร์ มีทิศทาง)
ข้อ 3. โมเมนตัมของแขนกล 20 kg ที่ 0.5 m/s?
ตอบ b) 10 kg·m/s
p = m·v = 20 × 0.5 = 10 kg·m/s
ข้อ 4. Impedance Control ใช้สมการใด?
ตอบ b) MΔẍ + DΔẋ + KΔx = F_ext
จำลอง Mass-Spring-Damper system โดย M = mass, D = damping, K = stiffness
ข้อ 5. Momentum Observer ใช้ตรวจจับอะไร?
ตอบ c) การชนหรือแรงภายนอกกระทำ
เปรียบเทียบโมเมนตัมที่คาดหวัง vs จริง → ถ้าต่างกันแสดงว่ามีแรงภายนอก (เช่น การชน)
ข้อ 6. หุ่นยนต์ 50 kg, v=2 m/s, หยุดใน 0.4 s ต้องออกแรง?
ตอบ d) 250 N
F = Δp/Δt = (0 - 50×2) / 0.4 = -100 / 0.4 = -250 N (ขนาด 250 N)
ข้อ 7. Kd (Derivative) มีผลอย่างไร?
ตอบ b) ลดการสั่นและเพิ่มเสถียรภาพ
Kd ต้านการเปลี่ยนแปลงของ error (= ต้าน velocity) → เหมือนแดมเปอร์ ลด oscillation
ข้อ 8. ZMP เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ประเภทใด?
ตอบ b) หุ่นยนต์เดิน 2 ขา (Humanoid)
ZMP ใช้ตรวจสอบว่าจุดสมดุลของแรงโน้มถ่วง + โมเมนตัมอยู่ในพื้นที่รองรับหรือไม่ → ใช้กับหุ่นยนต์เดิน
ข้อ 9. แขนกล ω=3 rad/s, I=4 kg·m², โมเมนตัมเชิงมุม?
ตอบ b) 12 kg·m²/s
L = I·ω = 4 × 3 = 12 kg·m²/s
ข้อ 10. ข้อดีของ MPC vs PID?
ตอบ b) MPC สามารถทำนายและ optimize การเคลื่อนที่ล่วงหน้าหลาย step
MPC ใช้โมเดลฟิสิกส์ทำนายอนาคตแล้ว optimize ในหน้าต่างเวลา (prediction horizon)
ข้อ 11. Impulse สัมพันธ์กับโมเมนตัมอย่างไร?
ตอบ b) J = Δp
Impulse-Momentum Theorem: F·Δt = Δp → แรงกระทำในช่วงเวลา = การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม
ข้อ 12. Joint space ควบคุมอะไร?
ตอบ b) มุมของข้อต่อแต่ละข้อ (θ₁, θ₂, ..., θₙ)
Joint space = มุมแต่ละข้อต่อ, Task space/Cartesian space = ตำแหน่งปลายแขน
ข้อ 13. มวล 100 kg, เร่ง 0.5 m/s², 2 s, โมเมนตัมที่ speed คงที่?
ตอบ b) 100 kg·m/s
v = v₀ + a·t = 0 + 0.5 × 2 = 1 m/s, p = 100 × 1 = 100 kg·m/s
ข้อ 14. Damping สูงเกิดอะไร?
ตอบ a) หุ่นยนต์จะแข็งกระด้าง ตอบสนองช้า
Damping สูง = ต้านการเคลื่อนที่มาก = เคลื่อนที่ช้าลง, ตอบสนองช้าลง, ไม่แกว่ง
ข้อ 15. ระบบควบคุมที่เหมาะกับ Collaborative Robot?
ตอบ b) Impedance/Admittance control
ทำให้หุ่นยนต์ "ยืดหยุ่น" — ถ้าชนคนจะไม่ฝืน แต่จะยอมตามแรง ปลอดภัยสำหรับทำงานร่วมกับมนุษย์
🤖 เอกสารนี้สร้างโดย AI — มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ผู้สนใจสามารถนำไปใช้เรียนรู้ได้
ตรวจสอบข้อมูลสำคัญกับแหล่งอ้างอิงทางราชการอีกครั้งก่อนนำไปใช้อ้างอิง 🙏